พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท |
ทำไมต้องพักหนี้
เพราะปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก จากสถานการณ์สงคราม และ สถานการณ์โรคระบาด
เพราะโควิด ทำให้ประชาชนตกงาน บริษัทต้องปิดกิจการ ร้านค้าประสบภาวะขาดทุน
เพราะมาตรการควบคุมโรคของรัฐบาล ทำให้ประชาชนจำนวนมาก เป็นหนี้ และไม่มีรายได้ชำระหนี้ได้ ตามกำหนด ส่งผลให้หนี้เพิ่มขึ้น
เพราะดอกเบี้ยเดินไม่หยุด
เพื่อลดปัญหาหนี้สินให้ประชาชน ไม่ต้องหาเงิน จ่ายต้น จ่ายดอกทบเท่าทวีคูณ
เพื่อประชาชน จะได้นำเงินที่มี และหาได้ มาใช้ยังชีพ เลี้ยงดูครอบครัว เป็นลำดับแรก
เพื่อประชาชนมีเวลาตั้งหลัก เริ่มต้นใหม่ เป็นเวลา 3 ปี จะทำให้มีความสามารถชำระหนี้ เพิ่มขึ้น
ใครใช้สิทธิได้บ้าง
ประชาชนทุกคนที่เป็นหนี้
หยุดต้น ปลอดดอก คืออะไร
ไม่ต้องจ่ายทั้งเงินต้น และ ดอกเบี้ย เป็นเวลา 3ปี และดอกเบี้ยจะไม่มาทบต้น ทบดอก เหมือนโครงการพักหนี้ เกษตรกร และ พักหนี้อื่นๆ ที่เคยมีมา
หนี้แบบไหนที่พักได้
หนี้ในระบบที่มีการทำสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กับ เจ้าหนี้ที่รัฐบาลรับรองให้ปล่อยเงินกู้ได้
ได้แก่ ธนาคาร / สถาบันการเงิน / สหกรณ์ / กยศ. / กองทุนหมู่บ้าน / บัตรเครดิต / ไฟแนนซ์ / ลีซซิ่ง /
ทำได้จริงหรือ
จริง ด้วยการออกพันธบัตรรัฐบาล ชื่อ พันธบัตร Thai Power หรือ พันธบัตรคนไทยรวมพลัง จำหน่าย ให้กับประชาชน ผู้มีเงินฝาก ดอกเบี้ย ร้อยละ 2.5-3 แล้วนำเงินที่ได้จากการขายพันธบัตร มาแก้ปัญหาหนี้สิน ให้ประชาชนที่เป็นหนี้
เมื่อครบเวลาพักหนี้ 3 ปี ประชาชน จะมีความสามารถชำระหนี้ ได้เพิ่มขึ้น เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ มากขึ้น ลดปัญหาหนี้สินให้ประชาชน ลดปัญหาหนี้เสียให้ธนาคาร สถาบันการเงิน สหกรณ์ และกองทุนต่างๆ ที่เป็นเจ้าหนี้
หนี้เกิน 1 ล้าน พักได้ไหม
ได้ แต่ใช้สิทธิได้ 1 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท ต้องผ่อนชำระ ตามปกติ
หนี้ไม่ถึง 1 ล้าน ใช้สิทธิ 1 ล้านได้หรือไม่
ใช้สิทธิได้ ไม่เกิน 1 ล้าน จะเป็นหนี้กี่ที่ เจ้าหนี้กี่ราย พักได้ทั้งหมด แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท โครงการนี้ มีเป้าหมายเพื่อแก้หนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ของประชาชน ไม่สนับสนุนให้ก่อหนี้เพิ่ม
ประชาชนไม่เป็นหนี้ ได้อะไร
ประชาชนที่ไม่เป็นหนี้ จะได้ประโยชน์จากการซื้อพันธบัตร Thai Power ดอกเบี้ยสูงกว่าดอกเบี้ยธนาคาร
รัฐบาลได้อะไร
เมื่อประชาชน ไม่ต้องชำระหนี้ ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย จะทำให้มีกำลังซื้อมากขึ้น ผู้ประกอบการ ผู้จำหน่ายสินค้า จะมีรายได้ ธุรกิจเดินหน้าได้ และ รัฐจะได้รับภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้จ่ายของประชาชน ร้อยละ 7
ทุกๆ 100 บาท ที่มีการใช้จ่าย รัฐจะได้ 7 บาท หากมีเงินหมุน 3 รอบ ทุกๆ 100 บาท ที่ใช้จ่ายรัฐ จะมีรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม 21 บาท เป็นรายได้ที่นำมาใช้ในโครงการพักหนี้ และพัฒนาประเทศ ได้อีกด้วย
จะเริ่มได้เมื่อไร
ภายใน 3 เดือน หลังจากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะนายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เสร็จสิ้น
หนี้สินของเกษตรกร เกิดจากความเสี่ยง 2 ประการ คือ
1. ความเสี่ยงด้านการผลิต และ ปัจจัยการผลิต ได้แก่ ภัยธรรมชาติ โรค แมลงศัตรูพืช และ ราคาปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย สูงขึ้น ควบคุมไม่ได้ ทำให้ผลผลิตเสียหาย และขาดทุน
2. ความเสี่ยงด้านการตลาด ได้แก่ ราคาตกต่ำ ซึ่งมีตัวแปรมาจากสถานการณ์การตลาดในประเทศ และ ต่างประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุน
การลดความเสี่ยงให้แก่เกษตรกร จึงเป็น การแก้ปญหาหนี้สิน และ การเพิ่มรายได้ ให้เกษตรกรมีกำไรจากการทำไร่ ทำนา ที่ได้ผลที่สุด การลดความเสี่ยง หรือ การทำให้เกษตรกร ไม่ขาดทุน และ มีกำไร ทุกฤดูกาลผลิต จึงเป็นหลักประกันในการประกอบอาชีพที่ดีที่สุด
ซึ่งทำได้ 2 วิธี คือ
1. เกษตรกรต้องรู้ราคาล่วงหน้า ก่อนจะปลูก ถ้าได้ราคาที่พอใจ มีกำไร ไม่ขาดทุน จึงตัดสินใจปลูก และ 2. เกษตรกรต้องมีประกันการเพาะปลูก ได้รับเงินที่ลงทุนไป ในกรณีที่ไร่นา ผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติ หรือ ต้นทุนปัจจัยการผลิตที่ผันผวน
2.วิธีการนี้ จะเป็นการประกันการขาดทุนให้แก่แก่เกษตรกร และ รู้ล่วงหน้าว่าได้กำไร ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก
พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอนโยบาย “ เกษตรร่ำรวย” ด้วย Contract Farming
รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน
นโยบาย “ เกษตรร่ำรวย” ด้วย Contract Farming จะนำมาใช้กับ 4 ชนิด ที่มีการกำหนดราคารับซื้อล่วงหน้า ในตลาดโลก ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และ ปาล์มน้ำมัน และจะขยายไปสู่พืช หรือ ผลผลิตการเกษตรชนิดอื่นๆ ต่อไป เช่น ข้าวโพด มะพร้าว ลำไย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ของประเทศไทย
เกษตรร่ำรวย ด้วย Contract Farming ที่นำเสนอนี้ เป็นนโยบายที่ทำได้จริง หากพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนให้ไปจัดตั้งรัฐบาล จะทำทันที
ปัจจุบันนี้ เกษตรกรที่ทำเกษตรแบบ Contract farming กับภาคเอกชน สามารถขายผลผลิตได้ราคาที่มีกำไร เพื่อให้เกษตรกรทุกราย มีโอกาสเข้าสู่ระบบนี้ เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร และมีกำไร อย่างยั่งยืน
พรรคภูมิใจไทย จึงมีนโยบายให้รัฐบาล เข้ามาสนับสนุน และจัดทำนโยบาย เกษตรร่ำรวย ด้วย Contract Farming เพื่อให้เกษตรกรทุกราย มีสัญญาซื้อขายผลผลิต ล่วงหน้า เป็นหลักประกันต่อไปนี้ เกษตรกรต้องรู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน เพื่อการทำเกษตร มีกำไร ไม่ขาดทุน ลดปัญหานี้สิน อันเป็นการแก้ปัญหาของเกษตรกร ได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
พรรคภูมิใจไทย จึงมีนโยบายให้รัฐบาล เข้ามาสนับสนุน และจัดทำนโยบาย เกษตรร่ำรวย ด้วย Contract Farming เพื่อให้เกษตรกรทุกราย มีสัญญาซื้อขายผลผลิต ล่วงหน้า เป็นหลักประกัน
ต่อไปนี้ เกษตรกรต้องรู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน เพื่อการทำเกษตรมีกำไร ไม่ขาดทุน ลดปัญหานี้สิน อันเป็นการแก้ปัญหาของเกษตรกร ได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
นโยบายสาธารณสุข รักษามะเร็ง |
เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ฟรี ทุกจังหวัด ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ
2 โรคร้าย ที่เป็นสาเหตุแห่งความสูญเสียของคนไทย มากที่สุด ทั้ง สูญเสียสุขภาพ สูญเสียชีวิต และ สูญเสียทางเศรษฐกิจ อย่างมากมาย ในแต่ละปี ได้แก่ โรคมะเร็ง และ โรคไต
โรคมะเร็ง และ โรคไต เป็นโรคที่เป็นปัญหาใหญ่ของระบบสาธารณสุขไทย และใช้งบประมาณในการรักษาปีละหลายหมื่นล้านบาท
คนไทย เป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นวันละเกือบ 400 คน หรือ ประมาณ 150,000 คนต่อปี และ เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง วันละ 230 คน หรือ มากกว่า 80,000 คนต่อปี จำนวนมากเป็นการสูญเสีย ที่ไม่ควรจะสูญเสีย
การสูญเสีย เกิดจากการเข้าไม่ถึงการรักษาอย่างทันเวลา เพราะต้องรอคิวการรักษา เป็นเวลานาน เนื่องจากเครื่องฉายรังสี มีจำนวนไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วย และ โรงพยาบาลที่มีเครื่องฉายรังสี อยู่ห่างไกล การเดินทางมีปัญหากับผู้ป่วย และครอบครัวที่ต้องมาดูแลผู้ป่วย รวมทั้งมีปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไกล อีกด้วย
การรอเวลารักษานาน และการเดินทางไกล เป็นปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วย ไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว จนโรคมะเร็งมีอาการลุกลาม รักษาไม่ได้ผลดี และต้องเสียชีวิตไป
พรรคภูมิใจไทย เห็นปัญหาผู้ป่วยมะเร็ง เข้าไม่ถึงการรักษาอย่างรวดเร็ว เป็นปัญหาใหญ่ ที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทางร่างกาย จิตใจ และกระทบต่อรายได้ของผู้ป่วยและครอบครัว อย่างรุนแรง เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข ด้วยการติดตั้งเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ให้โรงพยาบาลทุกจังหวัด จังหวัดละ 1 เครื่อง เป็นอย่างน้อย
จากปัจจุบันที่มีอยู่ 22 จังหวัด ต้องมีให้ครบทุกจังหวัด ภายใน 4 ปี และต้องรักษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว มีโอกาสหายจากอาการป่วยได้มากที่สุด และ ครอบครัวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายการเดินทาง และค่าที่พัก เมื่อต้องติดตามไปดูแลผู้ป่วยหากต้องไปรักษาในโรงพยาบาลที่ห่างไกลบ้าน
ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไต ครั้งล่าสุด ของประเทศไทย เมื่อปี 2565 พบว่า คนไทย ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ที่ต้องเข้ารับการรักษามากถึง 11.6 ล้านคน ทุกๆ ปี จะมีผู้ป่วยโรคไต เพิ่มขึ้นมากกว่า 8,000 คน ติดอันดับ 1ใน 5 ของประเทศที่มีผู้ป่วยโรคไต เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลก
ปัจจุบัน มีคนไทย มากกว่า 200,000 เป็นผู้ป่วยที่ต้องล้างไต หรือ ฟอกไต หรือ ฟอกเลือด และ รอการเปลี่ยนไต เพื่อจะกลับมา มีชีวิตใกล้เคียงปกติ แต่จำนวนเครื่องฟอกไต ยังมีไม่เพียงพอ และ กระจุกอยู่ในจังหวัด ลงไปถึงระดับอำเภอ ไม่มากนัก
แม้ว่า ปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคไต สามารถใช้สิทธิฟอกไตฟรีได้ทุกกรณี ตามนโยบายนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ป่วยโรคไต ได้คนละ 12,000 บาท ต่อเดือน แล้ว ยังลดความเหลื่อมล้ำของผู้ป่วยโรคไต ไม่มีผู้ป่วยคนใดต้องเสียเงินจากการฟอกไต
แต่การบริการฟอกไตฟรี ยังไม่ทั่วถึง และผู้ป่วยจำนวนมาก ยังเข้าไม่ถึง เพราะการเดินทางไกล และเดินทางลำบาก เป็นเหตุให้ผู้ป่วย ไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และเสียชีวิต
พรรคภูมิใจไทย เข้าใจถึงความลำบากของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง และครอบครัวผู้ป่วย ที่ต้องได้รับผลกระทบทั้งร่างกาย จิตใจ รายได้ที่หดหาย รายจ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงเสนอนโยบาย จัดตั้งศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ ภายใน 4 ปีเพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตทุกคน เข้าถึงการรักษาได้เร็ว และ ทั่วถึง เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยและครอบครัว
รัฐบาลต้องลงทุนด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น และเป็นไปตามความต้องการของประชาชน ซึ่งการกระจายการรักษาโรคมะเร็ง และโรคไต ให้ไปถึงประชาชน ได้อย่างทั่วถึง จะเป็นการสร้างหลักประกัน และความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ลดการสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และจิตใจของผู้ป่วยและครอบครัว
นโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่ายประชาชน |
ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อน เดือนละ 100 บาท 60 งวด
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และไม่เคยลดลง ทำให้ประชาชน ต้องแบกรับภาระ ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจของประชาชน รายรับไม่พอรายจ่าย ก็คือ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทั้ง น้ำมัน และ ไฟฟ้า
กระบวนการผลิตพลังงาน ในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะไฟฟ้า ใช้น้ำมัน เป็นต้นทาง และเป็นต้นทุนที่มีราคาแพง ยังก่อให้เกิดมลภาวะ อากาศพิษ ทำร้ายสุขภาพประชาชน และเป็นต้นเหตุของโลกร้อน ที่ทำให้สภาวะอากาศทั่วโลก เปลี่ยนแปลง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ภัยธรรมชาติ เกิดขึ้นบ่อย ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพของเกษตรกร และประชาชนทุกสาขาอาชีพ
คาดการณ์ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศส่วนใหญ่ในโลก จะมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการใช้พลังงาน และ เปลี่ยนกฎเกณฑ์ การส่งเสริม การลงทุน ที่เป็นมิตรต่อโลก ไม่ทำลายสุขภาพประชาชน
พรรคภูมิใจไทย จึงเสนอนโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่ายประชาชน ด้วยโครงการ 2 โครงการที่มีความเชื่อมโยงกัน เพื่อประโยชน์สูงสุด ของประชาชน เพื่อเป็นการนำประเทศไทย เข้าสู่กฎกติกาใหม่ของโลก คือ การใช้พลังงานสะอาด ที่เป็นมิตรต่อโลก และ ไม่ทำร้ายสุขภาพประชาชน
ฟรี โซล่าเซลล์ หลังคาบ้าน ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท ประชาชนทุกคน ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการใช้หลังคาบ้าน ติดตั้งโซล่าเซลล์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในบ้านเรือนของตนเอง คิดเป็นค่ากระแสไฟฟ้า ไม่น้อยกว่า 450 บาท ต่อเดือน และส่งกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ ขายให้แก่รัฐบาล ผ่านระบบของการไฟฟ้า ซึ่งจะต้องปรับบทบาทหน้าที่ เป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้ของรัฐบาล
รัฐบาล จะติดตั้ง โซล่าเซลล์ ให้แก่ประชาชน ที่นำบ้าน หรือที่พักอาศัย สถานประกอบการ เข้าร่วมโครงการ ฟรี และ รับซื้อกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากประชาชน โดยการบันทึก เป็นเครดิตพลังงาน ที่ประชาชน นำไปใช้จ่ายเมื่อใช้กระแสไฟฟ้า สำหรับบ้านเรือน และ ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า ได้
ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้รับส่วนลดค่ากระแสไฟฟ้า และ เครดิตพลังงาน เป็นเวลา 25 ปี ตามอายุโครงการความร่วมมือผลิตกระแสไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ระหว่างรัฐบาลกับประชาชน
รับสิทธิซื้อ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ราคา 6,000 บาท ผ่อนจ่ายเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 งวด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ เต็มที่ ประชาชน ทุกคนที่นำบ้าน ที่พักอาศัย เข้าร่วมโครงการติดตั้งโซล่าเซลล์ ฟรี จะได้รับสิทธิซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบ้านละ 1คัน ในราคา 6,000 บาท ด้วยระบบผ่อนชำระ เดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 เดือน และสามารถใช้เครดิตพลังงาน เติมกระแสไฟฟ้า ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าพลังงาน สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน ทั้งการซื้อรถราคาถูก และ ไม่ต้องเสียเงินค่าพลังงาน
ประชาชน ที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จากรัฐบาล ในฐานะผู้ผลิตพลังงานสะอาดให้กับรัฐบาล ลดการลงทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าของรัฐบาล และ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทย ที่จะก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่ผลิตพลังงานสะอาด เป็นลำดับต้นๆ ของโลก
การเป็นประเทศที่ผลิต และใช้พลังงานสะอาด จะทำให้ประเทศไทย มีคาร์บอนเครดิต จำนวนมาก สามารถนำไปขาย นำเงินมาจัดทำโครงการ และพัฒนาต่อยอดได้
ประโยชน์ที่สำคัญ อีกประการของนโยบายพลังงานสะอาด คือ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้แก่คนไทย และประเทศไทย เพิ่มขึ้น
การเกิดขึ้น ผลสำเร็จ และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นได้ ตามนโยบายนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินใจของประชาชน ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย นำไปสู่ประเทศพลังงานสะอาด และ เปิดรับผลประโยชน์ ที่พร้อมจะเกิดขึ้นทันที เมื่อพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกตั้ง และเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า
|